กลับ
หลักการกำกับดูแลกิจการ
1. สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
- 1.1 สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทฯ และควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้ทำหน้าที่แทนตน ผู้ถือหุ้นจึงมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการในเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้น เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานถือปฏิบัติดังนี้
- 1.1.1 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการซื้อ ขาย โอนหุ้น และสิทธิในการรับใบหุ้น
- 1.1.2 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ
- 1.1.3 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ครบถ้วนเพียงพอ ทันเวลาในรูปแบบที่เหมาะสมในการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ และตนเอง โดยเท่าเทียมกันและตรวจสอบได้
- 1.1.4 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนการรับทราบกฎเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมประชุม ได้รับข้อมูลที่เพียงพอในการพิจารณาและความเห็นของกรรมการในแต่ละวาระก่อนการประชุมตามเวลาอันควร มีโอกาสซักถามกรรมการ มีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- 1.1.5 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิรับทราบผลการดำเนินงานและอนุมัติงบการเงินของบริษัทฯ ตลอดจนการร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญของบริษัทฯ เช่นการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนการเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
- 1.1.6 ผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดหรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คน ซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด จะเข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการบริษัทฯ เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้ โดยระบุเหตุผลในการขอเรียกประชุมให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น
- 1.1.7 ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ กรรมการตรวจสอบ และ อนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ควรเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นอย่างพร้อมเพรียง
- 1.2 ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น (The Equitable Treatment of Shareholders)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติของบริษัทฯ อย่างเท่าเทียมกันเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิต่างๆ เท่าเทียมกันเช่น สิทธิในการได้รับสารสนเทศที่เพียงพอครบถ้วนและทันเวลา และได้รับผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทฯ พยายามสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง กับผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ และโดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นรายย่อย เช่น
- 1.2.1 การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง และไม่มีหุ้นใดมีสิทธิพิเศษที่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น
- 1.2.2 สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น บริษัทฯ ได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยสามารถมอบฉันทะให้กับกรรมการอิสระ ของบริษัทฯ ได้ด้วย ซึ่งจะระบุรายชื่อกรรมการดังกล่าวไว้ในหนังสือเชิญประชุม
- 1.2.3 ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากได้เริ่มการประชุมแล้ว ยังคงมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไป เว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
- 1.2.4 บริษัทฯ มีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลของระเบียบวาระการประชุมก่อนลงมติ
- 1.2.5 ในวาระการเลือกตั้งกรรมการ บริษัทฯ ให้ใช้วิธีเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
- 1.2.6 เพื่อความสะดวกของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จัดให้มีการลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงถึงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกสบายในการประชุม และทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในการใช้สิทธิออกเสียงแต่ละวาระ บริษัทฯ ใช้วิธีเก็บบัตรลงคะแนนของผู้ถือหุ้นเพื่อนำมาคำนวณผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระโดนเก็บบัตรลงคะแนนทุกใบทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง และในวาระเลือกตั้งกรรมการจะแยกการลงคะแนนเป็นรายบุคคล โดยเมื่อจบการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบความถูกต้องได้
- 1.2.7 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ดังนี้
- ไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ
- ระหว่างที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ และหลังจากพ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูล ที่ถือว่าเป็นความลับของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงิน การปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจ แผนงานในอนาคตของบริษัทฯ เป็นต้น
- ห้ามมิให้ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ
- 1.2.8 ในกรณีที่กรรมการและผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ จะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2533 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน
- 1.2.9 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ของบุคคลากรทุกระดับในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เท่านั้น และถือเป็นหน้าที่ของบุคคลากรทุกระดับที่จะหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงิน และ/หรือความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเสียผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆและในการอนุมัติใดๆ สำหรับกรณีดังกล่าว ต้องยึดถือหลักการไม่ให้มีการกำหนดเงื่อนไข หรือข้อกำหนดพิเศษจากปกติคณะกรรมการ ตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมะสมอย่างรอบคอบ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และมีการเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ด้วย
- 1.2.10 คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานตามที่คณะกรรมการของบริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้จะต้องรายงานครั้งแรกภายใน 30 วัน นับจากวันที่เข้าดำรงตำแหน่ง และส่งรายงานการมีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกสิ้นไตรมาสต่อเลขานุการบริษัทฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนที่ถัดจากวันสุดท้ายของแต่ละไตรมาส และรายงานทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างไตรมาสและให้เลขานุการบริษัทฯ มีหน้าที่เก็บรายงานดังกล่าว และจัดส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น
- 1.2.11 กรรมการอิสระ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของคณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเหมาะสม
กลับ
2. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง เจ้าหนี้ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้มีกระบวนการให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ เพื่อสร้างความเจริญ ความมั่นคงทางการเงินของกิจการ โดยกำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มดังนี้
- 2.1 ผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส โดยคำนึงถึงการเจริญ เติบโตของมูลค่าบริษัทฯ ในระยะยาว มีผลตอบแทนที่ดี และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
- 2.2 ภาครัฐ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของภาครัฐอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล ให้การสนับสนุนต่อภาครัฐในด้านข้อมูล การแสดงความคิดเห็น เพื่อการปรับปรุงระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐให้สอดคล้อง กับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ
- 2.3 ลูกค้า บริษัทฯ เชื่อมั่นในคุณค่าของการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า โดยเน้นนโยบายธุรกิจที่ว่า คุณภาพมาตรฐาน (Standard Quality) จัดส่งตรงเวลา (On Time Delivery) ราคายุติธรรม (Competitive Price) จึงได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อลูกค้าดังนี้
- 2.3.1 มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและผลิตสินค้าและบริการ ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า
- 2.3.2 จำหน่ายสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงเวลา และราคายุติธรรม
- 2.3.3 ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ลูกค้า โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริง อันเป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณหรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าและบริการ
- 2.3.4 จัดให้มีกระบวนการที่สามารถให้ลูกค้าแจ้งถึงปัญหาของการนำสินค้าไปใช้ หรือการให้บริการที่ไม่เหมาะสมเพื่อที่บริษัทฯ จะได้ป้องกันและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงหรือพัฒนาสินค้าและการให้บริการดังกล่าวต่อไป
- 2.3.5 จัดให้มีบริการหลังการขายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า อย่างมีประสิทธิภาพ
- 2.3.6 รักษาความลับของลูกค้า ไม่นำข้อมูลไปเปิดเผย หรือใช้ประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ
- 2.3.7 ผู้บริหารต้องเคารพการตัดสินใจ และข้อคิดเห็นของลูกค้า ตลอดจนไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้า
- 2.3.8 สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในอันที่จะเสริมสร้างและธำรงรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ ให้ยั่งยืนสืบไป
- 2.4 คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้การค้า
- 2.4.1 คู่ค้า บริษัทฯ ปฏิบัติกับคู่ค้าซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนและปัจจัยแห่งความสำเร็จทางธุรกิจสำคัญประการหนึ่ง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อคู่ค้าอย่างเคร่งครัด รวมทั้งปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคบนพื้นฐานของความเป็นธรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และอำนวยประโยชน์อันชอบธรรมร่วมกัน และยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
- 2.4.1.1 สร้างสัมพันธภาพ ความเข้าใจที่ดีต่อกัน และความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
- 2.4.1.2 ไม่เรียก รับ หรือยินยอมที่จะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งอยู่นอกเหนือข้อตกลงทางการค้า
- 2.4.1.3 มีหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้าที่เป็นระบบและตรวจสอบได้
- 2.4.1.4 จัดทำสัญญาที่เป็นธรรมไม่เอาเปรียบคู่ค้า
- 2.4.1.5 จัดให้มีระบบการจัดการและติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างครบถ้วน และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา
- 2.4.1.6 ชำระเงินให้คู่ค้าตรงเวลา ตามเงื่อนไขของการชำระเงินที่ตกลงกัน ในกรณีที่มีการชำระเงินล่าช้าจะต้องทำการแจ้งสาเหตุให้คู่ค้าเข้าใจตรงกัน
- 2.4.1.7 ไม่กระทำการโฆษณาที่เป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้คู่ค้าเข้าใจผิด
- 2.4.2 คู่แข่งทางการค้า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขัน ที่เป็นธรรม โดยยึดหลักปฏิบัติดังนี้
- 2.4.2.1 ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
- 2.4.2.2 ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งขันทางการค้า ด้วยการกล่าวหาในทางให้ร้ายหรือเป็นเท็จ
- 2.4.2.3 ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น หรือคู่แข่งทางการค้า
- 2.4.3 เจ้าหนี้การค้า บริษัทฯ จะรักษาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างสัมพันธภาพ ความเข้าใจ และความเชื่อถือซึ่งกันและกันในระยะยาว
- 2.5 พนักงาน บริษัทฯ ถือว่าพนักงานเป็นปัจจัยความสำเร็จของบริษัทฯ บริษัทฯ มีหน้าที่ดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมเท่าเทียมกัน โดยสนับสนุนพัฒนาความสามารถในการทำงานให้เป็นระดับมืออาชีพ ให้ความมั่นใจในคุณภาพชีวิตการทำงานและมีมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน มีสวัสดิการและผลตอบแทนที่เหมาะสม เป็นธรรม
- 2.6 สังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ตระหนักอยู่เสมอว่า บริษัทฯ อยู่รอดและเจริญเติบโตได้ก็ด้วยอาศัยสังคมและส่วนรวม จึงมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ว่า รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม (Save Earth, Save Environment) เพื่อธำรงรักษาไว้ ซึ่งสังคมและส่วนรวมที่ดีโดยปัจจุบันได้รับ ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน บริษัทฯ จึงได้ยึดหลักปฏิบัติดังนี้
- 2.6.1 มีส่วนร่วมทางสังคม ในการให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีในการให้การอุปถัมภ์กิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาสังคมและการศึกษาโดยส่วนรวมให้มีความเจริญก้าวหน้า
- 2.6.2 รับผิดชอบต่อสังคมในการใช้ทรัพยากร ทั้งในรูปวัตถุดิบ เงินทุน บุคลากรและพลังงาน อย่างชาญฉลาด โดยสร้างความเข้าใจให้พนักงานของบริษัทฯมีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง
- 2.6.3 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย รวมทั้งการเป็นพลเมืองดี ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ได้เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความเห็นหรือร้องเรียนถึงประธานคณะกรรมการตรวจ สอบผ่านช่องทางการสื่อสาร เพื่อสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อมูลตามกระบวน การที่บริษัทฯ กำหนดไว้และรายงานต่อคณะกรรมการ ตลอดจนนำข้อแนะนำอันเป็นประโยชน์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้ ดังนี้
จดหมายอิเลคโทรนิกส์ :: ir@thaifilmind.com และ info@thaifilmind.com
จดหมายธรรมดา :: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)
73/3 หมู่ 4 ถนนบางนา - ตราด กม.13 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
กลับ
3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)
บริษัทฯ มีนโยบายในการเปิดเผยรายงานทางการเงินหรือสารสนเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ ต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ครบถ้วน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้
- 3.1 เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ได้รับข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน ตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับต่าง ๆ
- 3.2 รายงานนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และนโยบายเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านรายงานประจำปี และ เวบไซต์ ของบริษัทฯ
- 3.3 รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อรายงานทางการเงิน แสดงไว้คู่กับรายงานผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี
- 3.4 เปิดเผยรายชื่อและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดต่างๆ จำนวนครั้งของการประชุมและจำนวนครั้งที่กรรมการเข้าร่วมประชุม
- 3.5 เปิดเผยโครงสร้างการดำเนินงานและการลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
- 3.6 เปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหารอย่างชัดเจน
- 3.7 เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ได้รับการอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว
- 3.8 จัดทำบัญชีงบการเงิน และรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี พร้อมทั้งรายงานประจำปี และรายงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
- 3.9 เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถซักถามข้อสงสัยต่างๆ ผ่านเลขานุการบริษัทฯ หรือ คณะ กรรมการบริษัทฯ
จดหมายอิเลคโทรนิกส์ :: ir@thaifilmind.com และ info@thaifilmind.com
จดหมายธรรมดา :: ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)
73/3 หมู่ 4 ถนนบางนา - ตราด กม.13 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โดยเลขานุการบริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการรับจดหมายดังกล่าว และส่งให้คณะกรรมการชุดย่อย หรือกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูล โดยคำร้องเกี่ยวกับรายงานทางบัญชีและการเงิน การควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมายจะได้รับการส่งต่อให้คณะ กรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ในกรณีที่เป็นการร้องเรียน หรือประเด็นที่อ่อนไหวอื่นๆ บริษัทจะรักษาข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลและความเห็นต่างๆไว้เป็นความลับ และจะมีการตอบกลับเป็นการส่วนตัวภายใน 15 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับทราบข้อมูล
กลับ
4. การบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ ตระหนักดีว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน อยู่ท่ามกลางความเสี่ยงตลอดเวลา โดยสาเหตุอาจมาจากปัจจัยภายใน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน นโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ และความทั่วถึงของการกำดับดูแล และปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้ง กระแสการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม และการปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและสังคม บริษัทฯ จึงมีนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยคณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบ สำนักงานตรวจสอบภายในและผู้บริหาร จัดให้มีการดำเนินการต่อไปนี้
- 4.1 ให้มีการพิจารณาลักษณะความเสี่ยงที่บริษัทฯ กำลังประสบอยู่ และคาดว่าจะประสบในอนาคต โดยประเมินอย่างสม่ำเสมอ ถึงปัจจัยความเสี่ยงภายในและภายนอก ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- 4.2 ให้มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบและความรุนแรงของความเสี่ยงที่ระบุได้ และโอกาสหรือเหตุการณ์ที่จะทำให้ความเสี่ยงนั้นๆ เกิดขึ้น
- 4.3 ให้มีมาตรการติดตามเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของปัจจัยความเสี่ยงและมาตรการบริหาร หรือลดความเสี่ยงดังกล่าว ในระดับที่เหมาะสม
- 4.4 ให้มีระบบการตรวจสอบภายในที่ดี มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุม ทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- 4.5 ให้มีกลไกการตรวจสอบ และถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องรักษา และดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น และสินทรัพย์ของบริษัทฯ
- 4.6 ให้มีการกำหนดลำดับขั้นของอำนาจอนุมัติ และความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงาน อย่างชัดเจน และมีระเบียบการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร
- 4.7 สำนักงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน และรายงานผลการตรวจสอบต่อ คณะกรรมการตรวจสอบผ่านประธานกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทฯ ผ่านประธานกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้สำนักงานตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระ สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลได้อย่างเต็มที่
กลับ
5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (The Responsibilities of the Board of Directors)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ คณะกรรมการต้องรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น ต้องเป็นผู้มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม จึงได้กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหารไว้อย่างชัดเจน เพื่อดูแลให้บริษัทฯ มีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆของบริษัทฯ ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรมดังนี้
- 5.1 หน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ
- 5.1.1 พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ เช่น วิสัยทัศน์ และภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง แผนงานโครงการลงทุนและงบประมาณ รวมทั้งกำกับและควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- 5.1.2 จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ ติดตามและทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจังเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง
- 5.1.3 พิจารณาเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและการเปิดเผยข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้องครบถ้วน
- 5.1.4 จัดให้มีระบบการควบคุมด้านการดำเนินงาน ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบและนโยบาย ตลอดจนจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบควบคุมดังกล่าว และมีการทบทวนและประเมินความเพียงพอของระบบอย่างน้อยปีละครั้ง
- 5.1.5 กำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งองค์กร
- 5.1.6 ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
5.2 องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอื่นในจำนวนที่เหมาะสมและรวมกันไม่น้อยกว่า 5 ท่าน มีกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่านและต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรมการทั้งคณะและกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
กรรมการอิสระเป็นกรรมการที่มาจากภายนอก ที่ไม่ทำหน้าที่บริหารจัดการในบริษัทฯหรือบริษัทย่อย เป็นกรรมการที่อิสระจากผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจและอื่นๆ
คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่าน โดยมีประธานกรรมการตรวจสอบ 1 ท่าน กรรมการตรวจสอบ 2 ท่าน กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน ต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีการเงิน
คณะอนุกรรมการการกำหนดค่าตอบแทนประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 2 ท่านและกรรมการที่เป็นผู้บริหารของบริษัทอีก 1 ท่าน
5.3 การสรรหากรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นกรรมการ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมด้านคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญจากหลายวิชาชีพ รวมถึงผลการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัท ที่ผ่านมาเพื่อนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นรับรองโดยใช้วิธี การแต่งตั้งกรรมการ แต่ละรายตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท
5.4 การเลือกตั้งกรรมการและกรรมการอิสระโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- 5.4.1 ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้นที่ถืออยู่
- 5.4.2 ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดเลือกตั้งบุคคลคนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
- 5.4.3 บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีมีบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
5.5 การพ้นจากการเป็นกรรมการ
กรรมการจะพ้นจากการเป็นกรรมการในกรณีต่อไปนี้
- 5.5.1 กรรมการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ตามวาระ กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่งก่อน กรรมการที่ออกตามวาระอาจได้รับเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ก็ได้
- 5.5.2 ที่ประชุมผู้ถือหุ้น อาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
- 5.5.3 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 5.5.1 และ 5.5.2 กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- ตาย
- ตาย
- ลาออก
- ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 17 แห่งข้อบังคับบริษัท
- ศาลสั่งให้ออก
ข้อ 17 แห่งข้อบังคับบริษัทคือ กรรมการต้องเป็นบุคคลธรรมดา จะเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ได้ และต้อง
- บรรลุนิติภาวะ
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- ไม่เคยรับโทษจำคุก โดยได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต
- ไม่เคยถูกลงโทษ ไล่ออก หรือปลดออกจากราชการ หรือองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่
5.6 การประชุมกรรมการ
ถือเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง แต่ละครั้งจะมีการกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจน บริษัทได้จัดส่งเอกสารประกอบวาระประชุมล่วงหน้าเพื่อให้กรรมการบริษัทฯ มีเวลาที่จะศึกษาข้อมูลในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอ และอาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารสามารถจัดประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็นเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย
ในการประชุม ประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวาระการประชุม และพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้ในการพิจารณาวาระต่างๆจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนมีการแสดงความเห็นอย่างอิสระ ในแต่ละวาระมีการแบ่งเวลาให้เพียงพอ เพื่อการอภิปรายและแสดงความเห็นอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน มีประธานกรรมการเป็นผู้ควบคุมการประชุมและดูแลให้ใช้เวลาในการประชุมอย่างเหมาะสม ในการลงมติให้ถือตามเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง ในการประชุมบางวาระที่กรรมการคนใดมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเพื่อเป็นเสียงชี้ขาด
เมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม และจัดส่งให้ประธานกรรมการพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ กรรมการบริษัทฯ สามารถแสดงความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้
รายงานการประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับ ของบริษัท ณ สำนักงานบริษัท และจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารแนบประกอบวาระการประชุมต่างๆ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง
-
5.7 ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทฯ
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองค่าตอบแทนในเบื้องต้น แล้วเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณา และต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนในรายงานประจำปี
-
5.8 การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ มีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจนโดยประธานกรรมการ มีหน้าที่กำหนดนโยบายของบริษัทฯ การกำกับดูแล และตรวจสอบการทำงานของกรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด โดยกรรมการผู้จัดการจะรายงานตรงกับประธานกรรมการและคณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่บริหาร งานให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด
-
5.9 หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองค่าตอบแทนในเบื้องต้น แล้วเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณา และต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนในรายงานประจำปี
- คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ มีขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทดังต่อไปนี้
- 5.9.1 ดูแลรายงานทางการเงินของบริษัทให้ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอ และเชื่อถือได้
- 5.9.2 ดูแลให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
- 5.9.3 พิจารณา คัดเลือก และเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท
- 5.9.4 ดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- 5.9.5 ดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- 5.9.6 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทจะมอบหมาย
- 5.9.7 จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
- 5.9.8 สอบทานระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท โดยมุ่งเน้นในความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท
5.10 หน้าที่ของคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
-
- 5.10.1 กำหนดนโยบายการจ่ายเงินโบนัสกรรมการและเบี้ยเลี้ยงกรรมการของบริษัทฯ โดยต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส
- 5.10.2 มีหน้าที่พิจารณาเงินโบนัสกรรมการ และเบี้ยเลี้ยงกรรมการสำหรับคณะกรรมการของบริษัทฯ รวมทั้งสิ้นโดยไม่เกิน 1 % ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้บริษัทฯ ต้องไม่มีขาดทุนสะสมคงเหลืออยู่ แต่ไม่ต่ำกว่าเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนที่จ่ายให้สำหรับกรรมการ และให้นำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อเห็นชอบก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- 5.10.3 เปิดเผยรายงานการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการการกำหนดค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี ของบริษัทฯ
5.11 หน้าที่ของเลขานุการบริษัทฯ
-
- 5.11.1 ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่กรรมการเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับและข้อมูลต่างๆ ของบริษัท และติดตามให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ รวมถึงรายงานการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญแก่กรรมการ
- 5.11.2 จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
- 5.11.3 บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
- 5.11.4 ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
- 5.11.5 สื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการให้ข้อมูลสารสนเทศทั่วไปแก่ผู้สนใจ และผู้มีส่วนได้เสีย
- 5.11.6 ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
5.12 หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารบริษัทฯ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายนโยบายไว้และจะต้องบริหารบริษัทฯ ตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการให้รวมถึงเรื่องหรือกิจกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
-
- 5.12.1 ดำเนินการ และบริหารงานประจำวันของบริษัทฯ
- 5.12.2 บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด
- 5.12.3 ดำเนินการให้มีการจัดทำนโยบายทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงแผนงานและงบประมาณต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อขออนุมัติ และมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าตามแผนและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทุกๆ 3 เดือน
- 5.12.4 ดำเนินการหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ
กลับ
จรรยาบรรณทางธุรกิจ ของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)
จรรยาบรรณของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
บริษัทฯ ตั้งมั่นในความยุติธรรมและความมีคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสีย และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทฯ จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการและพนักงานเพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานดังนี้
คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัด
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อภาครัฐ
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบกับคู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้บริหาร
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อบริษัทฯ และทรัพย์สินของบริษัท
- จรรยาบรรณว่าด้วยการให้และการรับสินบน การรับเงิน ของขวัญ และการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์อื่นใด จากบุคคลที่ร่วมทำธุรกิจด้วย
1. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้น ตามแนวทางดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
-
- 1.1 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความระมัดระวังรอบคอบและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น โดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และระเบียบของบริษัทฯ
- 1.2 กำกับดูแลการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯ มีสถานะทางการเงิน การบริหารและการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อปกป้องและเพิ่มผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
- 1.3 มุ่งมั่นในการสร้างความเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและมั่นคง เพื่อผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และผลประกอบการที่ดีของบริษัทฯ
- 1.4 เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประเมินบริษัทฯ โดยเท่าเทียมกัน มีนโยบายที่จะเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงิน และไม่ใช่ทางการเงินที่เกี่ยวกับธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัทฯ ที่ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา ตามกฎหมายข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทฯ รวมทั้งอนาคตของธุรกิจ
- 1.5 หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับตนเองที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ กับบริษัทฯ กรณีที่กรรมการหรือพนักงานได้มีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับบริษัทฯ บริษัทฯ จะดำเนินการเสมือนกับบริษัทฯ ได้กระทำกับบุคคลภายนอก ซึ่งกรรมการหรือพนักงานผู้นั้นจะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนอย่างเคร่งครัด
- 1.6 รักษาผลประโยชน์และทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยไม่นำข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและ/หรือผู้อื่น และห้ามกระทำการอันเป็นการสนับสนุนบุคคลอื่นใด ให้ทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ
- 1.7 ห้ามทำธุรกิจส่วนตัวใดๆ ที่มีผลเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับกิจการของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการบริษัทฯ
- 1.8 ยึดมั่นในการทำงานร่วมกัน ด้วยการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการปฏิบัติงานกับผู้ร่วมงานทุกคนเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ และเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน
- 1.9 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยทักษะ คุณวุฒิ และความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างเชี่ยวชาญ ตามหลักวิชาชีพที่ได้พึงปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอ
- 1.10 ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ข้อมูลภายในใด ๆ ที่ยังมิได้เปิดเผยแก่สาธารณะ
- ไม่ใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานในการหาประโยชน์ส่วนตนและในเรื่องการทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
- ไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัท
- ระหว่างที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ และหลังจากพ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูล ที่ถือว่าเป็นความลับทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงิน การปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจ แผนงานในอนาคตของบริษัทฯ เป็นต้น
- มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของผู้ถือหุ้น ด้วยการปกป้องรักษาความลับ และรักษาความไว้วางใจ เสมือนหนึ่งการปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของตนเอง
2. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อภาครัฐ
ในการทำธุรกรรมกับภาครัฐ จะต้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจจูงใจให้รัฐหรือพนักงานของรัฐดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่การทำความรู้จักสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในขอบเขตที่เหมาะสมสามารถทำได้ เช่นการพบปะพูดคุยในที่สาธารณะต่างๆ การไปแสดงความยินดีในวาระโอกาส เทศกาล หรือตามประเพณีปฏิบัติ เป็นต้น คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
- 2.1 ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา เมื่อต้องการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐ
- 2.2 ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด
- 2.3 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ ต่อหน่วยงานนั้น
- 2.4 บริษัทฯสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้สิทธิของตนเองในฐานะพลเมืองดีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- 3.1 มุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจในสินค้า และการให้บริการที่เป็นเลิศ ที่เหมาะสมกับราคาอย่างสูงสุด โดยเน้นนโยบายธุรกิจที่ว่า คุณภาพมาตรฐาน (Standard Quality) จัดส่งตรงต่อเวลา (On-Time Delivery) และราคายุติธรรม (Competitive Price)
- 3.2 ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้องรีบแจ้งให้ลูกค้าทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข
- 3.3 ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นที่วางใจของลูกค้า
- 3.4 มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของลูกค้า ด้วยการปกป้องรักษาความลับ และรักษาความไว้วางใจ เสมือนหนึ่งการปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของตนเอง
- 3.5 จัดให้มีระบบและกระบวนการที่ให้ลูกค้าสามารถร้องเรียน เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองหรือส่งมอบ และดำเนินการให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
4. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบกับคู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้การค้า
- 4.1 ความรับผิดชอบต่อคู่ค้า
- 4.1.1 ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
- 4.1.2 ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล
- 4.2 ความรับผิดชอบต่อคู่แข่งทางการค้า
บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากล ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่ค้าด้วยวิธีฉ้อฉล โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
- 4.2.1 ปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี
- 4.2.2 ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือ ไม่เหมาะสม
- 4.2.3 ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้า ด้วยการกล่าวหาในทางร้าย
- 4.3 จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้
- 4.3.1 ปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
- 4.3.2 ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล
5. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน
บริษัทฯ ตระหนักอยู่เสมอว่าพนักงานทุกคนเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดของบริษัทฯ เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มีคุณค่ายิ่ง บริษัทฯ จึงให้การดูแลและปฏิบัติที่เป็นธรรมทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้งโยกย้าย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ โดยบริษัทฯ ได้ยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
- 5.1 ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพในเกียรติ ศักดิ์ศรี และสิทธิส่วนบุคคล
- 5.2 บริษัทฯ จะดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ
- 5.3 ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยให้โอกาสอย่างทั่งถึงและสม่ำเสมอ
- 5.4 มุ่งมั่นที่จะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการและความเชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อมาร่วมงาน ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการจูงใจ และสนับสนุนการเลื่อนตำแหน่งและการให้ผลตอบแทน
- 5.5 การแต่งตั้งโยกย้ายรวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน กระทำด้วยความสุจริตใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ความสามารถและความเหมาะสมของพนักงานนั้น
- 5.6 ปลูกฝังคุณธรรม สร้างจิตสำนึกอันดีงาม ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน โดยมีการพัฒนาพนักงานในหลายรูปแบบ อาทิการจัดสัมมนา ฝึกอบรมอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอสร้างความมั่นคงในอาชีพ และให้โอกาสในการเจริญก้าวหน้าตามศักยภาพของแต่ละคน
- 5.7 หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงาน
- 5.8 กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงานอย่างเป็นธรรม ตามสภาพตลาด การแข่งขันทางธุรกิจ ลักษณะของงาน ผลการปฏิบัติงาน และความสามารถของบริษัทฯ ในการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการดังกล่าว
- 5.9 ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานและการพัฒนาบริษัทฯ
- 5.10 เปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนะหรือร้องทุกข์เกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งข้อเสนอแนะหรือข้อร้องทุกข์ดังกล่าว จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง และกำหนดวิธีการแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และสร้างความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน
-
6. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- 6.1 มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและอนุรักษ์ธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามตลอดจนปฏิบัติตนเป็น ศาสนิกชนที่ดีในการให้การอุปถัมภ์กิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอพัฒนาสังคม และการศึกษาโดยส่วนรวมให้มีความเจริญก้าวหน้า
- 6.2 ปลูกจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมในการใช้ทรัพยากร ทั้งในรูปวัตถุดิบ เงินทุน บุคลากร และพลังงาน ฯลฯ อย่างชาญฉลาดมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งส่งเสริมและรณรงค์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายบริษัทฯ ที่ว่า รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม (Save Earth Save Environment)
- 6.3 ส่งเสริมให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย รวมทั้งการเป็นพลเมืองดี ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย หรือข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
-
7. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อบริษัทฯ และทรัพย์สินของบริษัท
- 7.1 การปกป้องทรัพย์สินของบริษัทฯ
บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติดังนี้
- 7.1.1 จะต้องใช้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทฯ อย่างประหยัดและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
- 7.1.2 จะต้องช่วยกันดูแลมิให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทฯ เสื่อมค่าหรือสูญหายโดยมิชอบ
- 7.2 การจัดทำเอกสาร
- 7.2.1 จะต้องทำเอกสารต่างๆ ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- 7.2.2 ห้ามมิให้ปลอมแปลงหนังสือ รายงาน หรือเอกสารของบริษัทฯ
- 7.3 การใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- 7.3.1 คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสารสนเทศต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
- 7.3.2 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปิดเผยรหัสประจำตัว (Password) ที่ใช้ในการเข้าถึงระบบข้อมูลของบริษัทฯ แก่ผู้อื่น
- 7.3.3 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในระบบข้อมูลของบริษัทฯ หรือข้อมูลที่บริษัทฯ ซื้อมาโดยไม่ได้รับอนุญาต
- 7.3.4 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ ลบทิ้ง หรือทำลายข้อมูลของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
- 7.3.5 ห้ามผู้บริหารและพนักงานปรับแต่งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หรือติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ ที่นอกเหนือ จากอุปกรณ์มาตรฐานที่บริษัทติดตั้งให้
- 7.3.6 ห้ามผู้บริหารและพนักงานใช้อีเมลของบริษัทฯ ในการส่งต่อข้อมูลที่กล่าวร้าย ทำให้เสื่อมเสีย หรือข้อความที่หยาบคาย ลามก ขมขู่ ก่อกวน หรือสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น
- 7.3.7 ผู้บริหารและพนักงานควรใช้อินเทอร์เนตในการแสวงหาข้อมูล และความรู้ที่เป็นประโยชน์ ต่อการปฏิบัติงาน และจะต้องหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดศีลธรรม
- 7.3.8 ผู้บริหารและพนักงานควรใช้อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่บริษัทฯจัดให้ เช่น โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ อย่างมีจิตสำนึกและรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นหลัก
8. จรรยาบรรณว่าด้วยการให้และการรับสินบน การรับเงิน ของขวัญ และการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์อื่นใด จากบุคคลที่ร่วมทำธุรกิจด้วย
- 8.1 ห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานเรียกหรือรับผลประโยชน์ใดๆ จากคู้ค้า ผู้รับเหมา ผู้จัดส่งสินค้า ที่ปรึกษาและผู้ที่บริษัททำธุรกิจด้วย
- 8.2 ห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานเสนอผลประโยชน์ใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ลูกค้า หรือบุคคลภายนอกเพื่อจูงใจให้ปฏิบัติในทางมิชอบ
- 8.3 ผู้บริหารและพนักงานควรหลีกเลี่ยงการให้หรือรับของขวัญ ของกำนัลอื่นใดๆ หรือผลประโยชน์อื่นใด เป็นการส่วนตัวจากคู่ค้า หรือผู้ที่บริษัทฯ ทำธุรกิจด้วย เว้นแต่ในเทศกาลในมูลค่าที่เหมาะสม และไม่เกี่ยวข้องกับการผูกมัดทางธุรกิจ
- 8.4 ไม่กู้ยืมเงินจากลูกค้า ผู้เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือผู้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ เว้นแต่เป็นการกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน
- 8.5 การรับของขวัญตามประเพณีนิยม หากพนักงานได้รับของขวัญที่มีมูลค่าเกินปกติวิสัยจากผู้ทำธุรกิจกับบริษัทให้พนักงานรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
จรรยาบรรณที่กำหนดไว้อาจยังไม่ครอบคลุมในทุกกรณี ในกรณีที่มีปัญหาให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับปรึกษากับผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งให้ถือคำวินิจฉัยของกรรมการผู้จัดการ/คณะ กรรมการบริษัทฯ เป็นที่สิ้นสุด
9. การดูแลให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจ
บริษัทฯ กำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณนี้อย่างเคร่งครัด และไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบแนวปฏิบัติที่กำหนดขึ้นนี้ โดย ผู้บริหารทุกระดับในบริษัทฯ จะต้องดูแลรับผิดชอบและถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการให้พนักงานทุกคน ภายใต้สายบังคับบัญชาของตนทราบ เข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณนี้อย่างจริงจัง เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจควบคู่ไปกับการธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทฯ และสังคม
กลับ
บทส่งท้าย
จรรยาบรรณทางธุรกิจของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) ฉบับนี้ เป็นวินัยซึ่งผู้บริหารและพนักงานต้องทำความเข้าใจและยึดมั่นปฏิบัติ และไม่อนุญาตให้ผู้บริหารและพนักงานกระทำใด ๆ ที่เป็นการขัดต่อ จรรยาบรรณทางธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานฉบับนี้ หากเกิดความไม่ชัดเจนหรือเกิดปัญหาอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในทางปฏิบัติ ผู้บริหารและพนักงานควรปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น เพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางแก้ไขหรือหาข้อพึงปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป
หนังสือยินยอม
วันที่ ...............เดือน.........................พ.ศ.......................
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว
....................................................รหัสพนักงาน........................
ตำแหน่ง.........................................................แผนก..........................................................
ฝ่าย...............................................................สำนัก...........................................................
ได้รับทราบและยินดีปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติของผู้บริหารและ /
หรือพนักงานที่ระบุอยู่ในหนังสือ
จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่
จำกัด (มหาชน)
อนึ่ง ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า
หากข้าพเจ้ากระทำการอย่างใดที่เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมธุรกิจ
และข้อพึงปฏิบัติในการทำงานของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่จำกัด
(มหาชน) ย่อมได้รับโทษทางวินัยตามควรแก่กรณี
.......................................
(.......................................) ผู้บริการ/พนักงาน
วันที่ .....................................
กลับ