Thai Film Industries Public Company Limited

 

ภาษาไทย ภาษาไทย  |  English English
  Sitemap
For Employee : log in

THAI FILM INDUSTRIES PUBLIC COMPANY LIMITED

นโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ
ของบริษัทไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)

 

 นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

                บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักการดำเนินงานที่เป็นธรรม บริหารงานด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกิจการ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและสาธารณะชนมีความเชื่อมั่นและสามารถตรวจสอบการดำเนิน งานของบริษัทฯ ได้ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการขึ้นตามหลักการของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย และระเบียบปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) โดยจัดทำเป็นคู่มือไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานสร้างระบบการบริหารและการจัดการที่ดี มีจรรยาบรรณธุรกิจ และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียและสังคม และบริษัทฯ ได้จัดให้มีการทบทวนความเหมาะสมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

                บริษัทฯ ได้จัดสัมมนาเพื่อสื่อสารนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ แก่ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ ให้เข้าใจและมีการติดตามให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

 

หลักการกำกับดูแลกิจการ

 1. สิทธิของผู้ถือหุ้น ( Rights of Shareholders)

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทฯ และควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้ทำหน้าที่แทนตน ผู้ถือหุ้นจึงมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ บริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการในเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้น เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานถือปฏิบัติดังนี้

          1.1 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการซื้อ ขาย โอนหุ้น และสิทธิในการรับใบหุ้น

                   1.2 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ

นโยบายการจ่ายเงินปันผล

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะจัดสรรเงินกำไรประจำปี โดยการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเมื่อปรากฏว่า

  • ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีกำไร และ
  • บริษัทฯ ไม่มียอดขาดทุนสะสมเหลืออยู่ และ
  • บริษัทฯ มีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลได้ และ
  • การพิจารณาจ่ายเงินปันผลจะพิจารณาถึงการลงทุนในโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ ด้วย

1.3 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ครบถ้วนเพียงพอ ทันเวลาในรูปแบบที่เหมาะสมในการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ และตนเอง โดยเท่าเทียมกันและตรวจสอบได้

1.4 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนการรับทราบกฎเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมประชุม ได้รับข้อมูลที่เพียงพอในการพิจารณาและความเห็นของกรรมการในแต่ละวาระก่อน การประชุมตามเวลาอันควร มีโอกาสซักถามกรรมการ มีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

1.5 ผู้ถือหุ้นมีสิทธิรับทราบผลการดำเนินงานและอนุมัติงบการเงินของบริษัทฯ ตลอดจนการร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญของบริษัทฯ เช่นการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนการเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

1.6 ผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดหรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คน ซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้ง หมด จะเข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการบริษัทฯ เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้ โดยระบุเหตุผลในการขอเรียกประชุมให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น

1.7 ประธานกรรมการ  กรรมการ  กรรมการผู้จัดการ  กรรมการตรวจสอบ และ อนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ควรเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นอย่างพร้อมเพรียง

2. ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น  (Equitable Treatment of Shareholders)

คณะ กรรมการบริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติของบริษัทฯ อย่างเท่าเทียมกันเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิต่างๆ เท่าเทียมกันเช่น สิทธิในการได้รับสารสนเทศที่เพียงพอครบถ้วนและทันเวลา และได้รับผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ  บริษัทฯ พยายามสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง กับผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ เป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ และโดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นรายย่อยเช่น

2.1 การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถือ อยู่  โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง และไม่มีหุ้นใดมีสิทธิพิเศษที่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น

2.2 สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น  บริษัทฯ ได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ตามแบบ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด  และได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยสามารถมอบฉันทะให้กับ กรรมการอิสระ ของบริษัทฯ ได้ด้วย ซึ่งจะระบุรายชื่อกรรมการดังกล่าวไว้ในหนังสือเชิญประชุม

2.3 ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากได้เริ่มการประชุมแล้ว ยังคงมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไป เว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

2.4 บริษัทฯ มีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้น ทราบล่วงหน้า  เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลของระเบียบวาระการประชุมก่อนลงมติ

2.5 ในวาระการเลือกตั้งกรรมการ  บริษัทฯ ให้ใช้วิธีเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล

2.6 เพื่อความสะดวกของผู้ถือหุ้น  บริษัทฯ จัดให้มีการลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงถึงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้น แต่ละราย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกสบายในการประชุม และทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในการใช้สิทธิออกเสียงแต่ละวาระ บริษัทฯ ใช้วิธีเก็บบัตรลงคะแนนของผู้ถือหุ้นเพื่อนำมาคำนวณผลการลงคะแนนเสียงในแต่ ละวาระโดยเก็บบัตรลงคะแนนทุกใบทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง และในวาระเลือกตั้งกรรมการจะแยกการลงคะแนนเป็นรายบุคคล โดยเมื่อจบการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบความถูกต้องได้

2.7 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ดังนี้

  •  ไม่ ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนใน การซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ
  • ระหว่าง ที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ  และหลังจากพ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว  พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูล  ที่ถือว่าเป็นความลับของบริษัทฯ  เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  ข้อมูลทางการเงิน  การปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจ  แผนงานในอนาคตของบริษัทฯ เป็นต้น
  •  ห้าม มิให้ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับ ทราบข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ

2.8 ในกรณีที่กรรมการและผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ จะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2533 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน

2.9 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ของบุคคลากรทุกระดับในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของ บริษัทฯ เท่านั้น และถือเป็นหน้าที่ของบุคคลากรทุกระดับที่จะหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางการเงิน และ/หรือความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเสียผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของคนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ และในการอนุมัติใดๆ สำหรับกรณีดังกล่าว ต้องยึดถือหลักการไม่ให้มีการกำหนดเงื่อนไข หรือข้อกำหนดพิเศษจากปกติ คณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และมีการเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ด้วย

2.10 คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและ ผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานตามที่คณะกรรมการของบริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้จะต้องรายงานครั้งแรกภายใน 30 วัน นับจากวันที่เข้าดำรงตำแหน่ง และส่งรายงานการมีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกสิ้นไตรมาสต่อเลขานุการบริษัทฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนที่ถัดจากวันสุดท้ายของแต่ละไตรมาส และรายงานทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างไตรมาสและให้เลขานุการ บริษัทฯ มีหน้าที่เก็บรายงานดังกล่าว และจัดส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายในเจ็ด วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น

2.11 กรรมการอิสระ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของคณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเหมาะสม

2.12 เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม และ/หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการในการประชุม สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

2.13 เผยแพร่หนังสือนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบและศึกษาข้อมูลก่อนการประชุม

 3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย  ( Roles of Stakeholders)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ โดยคำนึงถึงสิทธิตามกฎหมายหรือข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครองและการปฏิบัติอย่างเป็น ธรรมและเท่าเทียมกัน ตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง เจ้าหนี้ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีนโยบายต่อต้านการทุจริตการคอร์รัปชั่น ไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้มีกระบวนการให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ เสียต่างๆ เพื่อสร้างความเจริญ ความมั่นคงทางการเงินของกิจการ โดยกำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มดังนี้

3.1 ผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจอย่าง โปร่งใสโดยคำนึงถึงการเจริญ เติบโตของมูลค่าบริษัทฯ ในระยะยาว มีผลตอบแทนที่ดี และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

3.2 ภาครัฐ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของภาครัฐอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล  ให้การสนับสนุนต่อภาครัฐในด้านข้อมูล การแสดงความคิดเห็น เพื่อการปรับปรุงระเบียบต่างๆ ของภาครัฐให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ

3.3 ลูกค้าบริษัทฯ เชื่อมั่นในคุณค่าของการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจอย่างต่อเนื่องให้กับ ลูกค้า  โดยเน้นนโยบายธุรกิจที่ว่า “คุณภาพมาตรฐาน (Standard Quality) จัดส่งตรงเวลา (On Time Delivery)  ราคายุติธรรม (Competitive Price) จึงได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อลูกค้าดังนี้

3.3.1 มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและผลิตสินค้าและบริการ ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า

3.3.2 จำหน่ายสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงเวลา และราคายุติธรรม

3.3.3 ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ลูกค้า  โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริง อันเป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณหรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าและบริการ

3.3.4 จัดให้มีกระบวนการที่สามารถให้ลูกค้าแจ้งถึงปัญหาของการนำสินค้าไปใช้ หรือการให้บริการที่ไม่เหมาะสมเพื่อที่บริษัทฯ จะได้ป้องกันและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงหรือพัฒนาสินค้าและการให้บริการดังกล่าวต่อไป

3.3.5 จัดให้มีบริการหลังการขายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า อย่างมีประสิทธิภาพ

3.3.6 รักษาความลับของลูกค้า ไม่นำข้อมูลไปเปิดเผย หรือใช้ประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ

3.3.7 ผู้บริหารต้องเคารพการตัดสินใจ และข้อคิดเห็นของลูกค้า  ตลอดจนไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้า

3.3.8 สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในอันที่จะเสริมสร้างและธำรงรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ ให้ยั่งยืนสืบไป

3.4 คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้การค้า

3.4.1 คู่ค้า  บริษัทฯ ปฏิบัติกับคู่ค้าซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนและปัจจัยแห่งความสำเร็จทางธุรกิจสำคัญ ประการหนึ่ง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อคู่ค้าอย่างเคร่งครัด รวมทั้งปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคบนพื้นฐานของความเป็นธรรมเพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดี และอำนวยประโยชน์อันชอบธรรมร่วมกัน และยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้

3.4.1.1สร้างสัมพันธภาพ ความเข้าใจที่ดีต่อกัน และความเชื่อถือซึ่งกันและกัน

3.4.1.2 ไม่เรียก รับ หรือยินยอมที่จะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งอยู่นอกเหนือข้อตกลงทางการค้า

3.4.1.3 มีหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้าที่เป็นระบบและตรวจสอบได้

3.4.1.4 จัดทำสัญญาที่เป็นธรรมไม่เอาเปรียบคู่ค้า

3.4.1.5 จัดให้มีระบบการจัดการและติดตาม  เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างครบถ้วน และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา

3.4.1.6 ชำระเงินให้คู่ค้าตรงเวลา  ตามเงื่อนไขของการชำระเงินที่ตกลงกัน ในกรณีที่มีการชำระเงินล่าช้าจะต้องทำการแจ้งสาเหตุให้คู่ค้าเข้าใจตรงกัน

3.4.1.7 ไม่กระทำการโฆษณาที่เป็นเท็จ  หรือหลอกลวงให้คู่ค้าเข้าใจผิด

3.4.2 คู่แข่งทางการค้า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขัน ที่เป็นธรรม โดยยึดหลักปฏิบัติดังนี้

3.4.2.1 ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม

3.4.2.2 ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งขันทางการค้า  ด้วยการกล่าวหาในทางให้ร้ายหรือเป็นเท็จ

3.4.2.3 ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น หรือคู่แข่งทางการค้า

3.4.3 เจ้าหนี้การค้า บริษัทฯ จะรักษาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด ในการชำระหนี้ เงินกู้ยืม ดอกเบี้ย และมีความรับผิดชอบในหลักประกันต่างๆ  หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญาที่ตกลงกันไว้ได้ บริษัทฯ จะแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้าเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา  ทั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างสัมพันธภาพ  ความเข้าใจ และความเชื่อถือซึ่งกันและกันในระยะยาว

3.5 พนักงาน  บริษัทฯ ตระหนักดีว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด และเป็นปัจจัยความสำเร็จของบริษัทฯ  บริษัทฯ มีหน้าที่ดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมเท่าเทียมกันโดยกำหนดแนวทาง การปฏิบัติดังนี้

3.5.1 เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่มีข้อยกเว้นในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ศาสนา สถานภาพการสมรส ภาษา หรือตำแหน่ง ไม่มีการใช้หรือสนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์

3.5.2 ไม่สนับสนุนแนวทางการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

3.5.3  มีการสนับสนุนพัฒนาความสามารถในการทำงานให้เป็นระดับมืออาชีพ

3.5.4 ให้ความมั่นใจในคุณภาพชีวิตการทำงานและมีมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

3.5.5 มีการจ่ายผลตอบแทนอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการจ่ายผลตอบแทนของอุตสาหกรรม เดียวกัน ตลอดจนจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ ซึ่งมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การจัดการดูแลตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

3.5.6 ปฏิบัติต่อพนักงานภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

3.6 สังคมและสิ่งแวดล้อม  บริษัทฯ ตระหนักอยู่เสมอว่า บริษัทฯ อยู่รอดและเจริญเติบโตได้ก็ด้วยอาศัยสังคมและส่วนรวม จึงมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ว่า “รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม” (Save Earth, Save Environment) เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสังคมและส่วนรวมที่ดี โดยปัจจุบันได้รับ ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน บริษัทฯ  จึงได้ยึดหลักปฏิบัติดังนี้

3.6.1 มีส่วนร่วมทางสังคม ในการให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม อันดีงาม ตลอดจนปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีในการให้การอุปถัมภ์กิจกรรมทางศาสนาอย่าง สม่ำเสมอ  พัฒนาสังคมและการศึกษาโดยส่วนรวมให้มีความเจริญก้าวหน้า

3.6.2 รับผิดชอบต่อสังคมในการใช้ทรัพยากร  ทั้งในรูปวัตถุดิบ เงินทุน บุคลากรและพลังงาน อย่างชาญฉลาด โดยสร้างความเข้าใจให้พนักงานของบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัดและให้เกิด ประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง

3.6.3 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย  รวมทั้งการเป็นพลเมืองดี ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย  หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ ได้เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความเห็นหรือร้องเรียนถึง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผ่านช่องทางการสื่อสาร เพื่อสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อมูลตามกระบวนการที่ บริษัทฯ กำหนดไว้และรายงานต่อคณะกรรมการ ตลอดจนนำข้อแนะนำอันเป็นประโยชน์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ ได้ ดังนี้  

 

e-mail

secretary@thaifilmind.com หรือ board@thaifilmind.com                                                                                                                                      

หนังสือถึง

เลขานุการบริษัท หรือ ประธานคณะกรรมการบริษัท

บริษัท  ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)

73/3  หมู่ 4  ถนนบางนา - ตราด  กม.13  ตำบลบางโฉลง  อำเภอบางพลี   จังหวัดสมุทรปราการ   10540

 

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส  (Disclosure and Transparency)

บริษัทฯ มีนโยบายในการเปิดเผยรายงานทางการเงินหรือสารสนเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ ต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัดครบถ้วน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

4.1 เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ตามกฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งสารสนเทศที่รายงานตามรอบระยะเวลาบัญชี และสารสนเทศที่รายงานตามเหตุการณ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลอื่นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ โดยเปิดเผยสารสนเทศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ช่องทางการเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ได้รับข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน

4.2 รายงานนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และนโยบายเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านรายงานประจำปี และ เวบไซต์ ของบริษัทฯ

4.3 รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อรายงานทางการเงิน แสดงไว้คู่กับรายงานผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี

4.4 เปิดเผยรายชื่อและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดต่างๆ จำนวนครั้งของการประชุมและจำนวนครั้งที่กรรมการเข้าร่วมประชุม

4.5 เปิดเผยโครงสร้างการดำเนินงานและการลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

4.6 เปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหารอย่างชัดเจน

4.7 เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ได้รับการอนุมัติจากการประชุม    ผู้ถือหุ้นแล้ว

4.8 จัดทำบัญชีงบการเงิน และรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี พร้อมทั้งรายงานประจำปี และรายงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ

4.9 เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถซักถามข้อสงสัยต่างๆ ผ่านเลขานุการบริษัทฯ หรือ ประธานคณะกรรมการบริษัท

 

e-mail

secretary@thaifilmind.com หรือ board@thaifilmind.com                                                                                                                                      

หนังสือถึง

เลขานุการบริษัท หรือ ประธานคณะกรรมการบริษัท

บริษัท  ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)

73/3  หมู่ 4  ถนนบางนา - ตราด  กม.13  ตำบลบางโฉลง  อำเภอบางพลี   จังหวัดสมุทรปราการ   10540

โดย เลขานุการบริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการรับจดหมายดังกล่าว และส่งให้คณะกรรมการ        ชุดย่อย หรือกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูล โดยคำร้องเกี่ยวกับรายงานทางบัญชีและการเงิน การควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมายจะได้รับการส่งต่อให้คณะ กรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ในกรณีที่เป็นการร้องเรียน หรือประเด็นที่อ่อนไหวอื่นๆ บริษัทฯ จะรักษาข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลและความเห็นต่างๆไว้เป็นความลับ และจะมีการตอบกลับเป็นการส่วนตัวภายใน 15 วันนับจากวันที่บริษัทฯ ได้รับทราบข้อมูล

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (The Responsibilities of the Board of Directors)

คณะ กรรมการบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ คณะกรรมการต้องรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น ต้องเป็นผู้มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม จึงได้กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหารไว้ อย่างชัดเจน เพื่อดูแลให้บริษัทฯ มีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆของบริษัทฯ ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรมดังนี้

5.1หน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ

5.1.1พิจารณา และให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ เช่น วิสัยทัศน์ และภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง แผนงานโครงการลงทุนและงบประมาณ รวมทั้งกำกับและควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

5.1.2จัด ให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ ติดตามและทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจังเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง

5.1.3พิจารณา เรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและการ เปิดเผยข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้องครบถ้วน

5.1.4จัด ให้มีระบบการควบคุมด้านการดำเนินงาน ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบและนโยบาย ตลอดจนจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบควบคุมดังกล่าว และมีการทบทวนและประเมินความเพียงพอของระบบอย่างน้อยปีละครั้ง

5.1.5กำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งองค์กร

5.1.6ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

5.2 องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ

คณะ กรรมการบริษัทฯ  ประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอื่นในจำนวนที่เหมาะสมและรวมกันไม่น้อยกว่า  5 ท่าน มีกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่านและต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรมการทั้งคณะและกรรมการไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร มีกรรมการบริษัทฯ ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารอย่างน้อย 1 คน ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่

กรรมการ อิสระเป็นกรรมการที่มาจากภายนอก ที่ไม่ทำหน้าที่บริหารจัดการในบริษัทฯหรือบริษัทย่อย เป็นกรรมการที่อิสระจากผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจและอื่นๆ

คณะ กรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่าน โดยมีประธานกรรมการตรวจสอบ 1 ท่าน กรรมการตรวจสอบ 2 ท่าน  กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน ต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีการเงิน

คณะอนุกรรมการการกำหนดค่าตอบแทนประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 2 ท่านและกรรมการที่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ อีก 1 ท่าน

คณะ กรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการบริหารและผู้บริหาร ที่รับผิดชอบดูผลงานแต่ละฝ่าย เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

คณะ อนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยผู้บริหาร เพื่อสนับสนุนคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในการวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยง และแนวทางป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนั้นๆ

5.3 การสรรหากรรมการ

คณะ กรรมการบริษัทฯ ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นกรรมการ  โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมด้านคุณวุฒิ ประสบการณ์ ทักษะที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการ  ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  เพศ  และความเชี่ยวชาญจากหลายวิชาชีพ  รวมถึงผลการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัท ที่ผ่านมาเพื่อนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นรับรองโดยใช้วิธี การแต่งตั้งกรรมการ แต่ละรายตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ

5.4 การเลือกตั้งกรรมการและกรรมการอิสระโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น

5.4.1 ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้นที่ถืออยู่

5.4.2 ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดเลือกตั้งบุคคลคนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการได้  แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

5.4.3 บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา  เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึง เลือกตั้งในครั้งนั้น  ในกรณีมีบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกิน จำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

5.5 การพ้นจากการเป็นกรรมการ

กรรมการจะพ้นจากการเป็นกรรมการในกรณีต่อไปนี้

5.5.1 กรรมการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3  ตามวาระ  กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่งก่อน กรรมการที่ออกตามวาระอาจได้รับเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ก็ได้

5.5.2 ที่ประชุมผู้ถือหุ้น อาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนน เสียงไม่น้อยกว่า  3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออก เสียง

5.5.3 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 5.5.1  และ 5.5.2  กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 17  แห่งข้อบังคับบริษัท
  • ศาลสั่งให้ออก

“ข้อ  17  แห่งข้อบังคับบริษัทคือ  กรรมการต้องเป็นบุคคลธรรมดา จะเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ได้  และต้อง

  • บรรลุนิติภาวะ
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย   คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่เคยรับโทษจำคุก โดยได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต 
  • ไม่เคยถูกลงโทษ ไล่ออก หรือปลดออกจากราชการ หรือองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่”

5.6 การประชุมกรรมการ

ถือ เป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ  บริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ  เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างน้อย 6 ครั้งต่อปีโดยกำหนดวันประชุมไว้เป็นการล่วงหน้าตลอดปี และแจ้งให้คณะกรรมการทราบ แต่ละครั้งจะมีการกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจนโดยเลขานุการคณะ กรรมการบริษัททำหน้าที่จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบวาระประชุมไปให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้กรรมการบริษัทฯ มีเวลาที่จะศึกษาข้อมูลในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอ และอาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่ง ด่วน คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารสามารถจัดประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย

ใน การประชุม  ประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวาระการประชุม และพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ  เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้ในการพิจารณาวาระต่างๆจะคำนึง ถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนมีการแสดงความเห็นอย่างอิสระ ในแต่ละวาระมีการแบ่งเวลาให้เพียงพอ เพื่อการอภิปรายและแสดงความเห็นอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน มีประธานกรรมการเป็นผู้ควบคุมการประชุมและดูแลให้ใช้เวลาในการประชุมอย่าง เหมาะสม ในการลงมติให้ถือตามเสียงข้างมาก  โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง  ในการประชุมบางวาระที่กรรมการคนใดมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ในเรื่องนั้น  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเพื่อเป็นเสียงชี้ขาด

เมื่อ สิ้นสุดการประชุม  เลขานุการบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม  และจัดส่งให้ประธานกรรมการพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป  ทั้งนี้ กรรมการบริษัทฯ สามารถแสดงความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูก ต้องมากที่สุดได้

รายงาน การประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับ ของบริษัทฯ ณ สำนักงานบริษัทฯ และจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารแนบประกอบวาระการ ประชุมต่างๆ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง

5.7 ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทฯ

บริษัทฯ กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส  มีคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็น ผู้พิจารณากลั่นกรองค่าตอบแทนในเบื้องต้นโดยพิจารณาถึงความเหมาะสมและสอด คล้องกับขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ และเทียบเคียงกับอัตราค่าตอบแทนกรรมการในอุตสาหกรรมเดียวกัน แล้วเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณา และต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น  และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนในรายงานประจำปี

5.8 การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

ประธาน กรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ มีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจนโดยประธานกรรมการ มีหน้าที่กำหนดนโยบายของบริษัทฯ การกำกับดูแล และตรวจสอบการทำงานของกรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะกรรมการ บริษัทฯ กำหนด โดยกรรมการผู้จัดการจะรายงานตรงกับประธานกรรมการและคณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่บริหาร งานให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด

5.9 หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ มีขอบเขต  หน้าที่  และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทดังต่อไปนี้

5.9.1 ดูแลรายงานทางการเงินของบริษัทให้ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอ และเชื่อถือได้

5.9.2 ดูแลให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control)  และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพและพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือ หน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน

5.9.3 พิจารณา  คัดเลือก  และเสนอแต่งตั้งและเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัทเพื่อให้ได้ผู้สอบ บัญชีที่มีความเป็นอิสระ โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความเพียงพอของทรัพยากร ปริมาณงานตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบบัญชีนั้นและประสบการณ์ของบุคลากรที่ได้ รับมอบหมายให้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทฯ รวมถึงผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา ตลอดจนพิจารณาถอดถอนผู้สอบบัญชี

5.9.4 ดูแลให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.9.5 ดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

5.9.6 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทฯ จะมอบหมาย

5.9.7 จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงาน ประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

5.9.8 สอบทานระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นในความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ

5.10 หน้าที่ของคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

5.10.1 กำหนดนโยบายการจ่ายเงินโบนัสกรรมการและเบี้ยเลี้ยงกรรมการของบริษัทฯ โดยต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส

5.10.2 มีหน้าที่พิจารณาเงินโบนัสกรรมการ และเบี้ยเลี้ยงอื่นใดของกรรมการที่นอกเหนือจากเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนของคณะ กรรมการของบริษัทฯ โดยไม่เกิน 1 % ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้บริษัทฯ ต้องไม่มีขาดทุนสะสมคงเหลืออยู่ แต่ไม่ต่ำกว่าเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนที่จ่ายให้สำหรับกรรมการ และให้นำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อเห็นชอบก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น

5.10.3 เปิดเผยรายงานการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการการกำหนดค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี ของบริษัทฯ

5.11 หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

5.11.1 พิจารณานโยบายการบริหารความเสี่ยง ธุรกรรมของบริษัทฯ ให้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ (Operation Risk) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และความเสี่ยงด้านอื่น ๆ อาทิเช่น ความเสี่ยงในด้านกฎหมาย และกฎระเบียบ (Regulatory Risk) เป็นต้น

5.11.2 พิจารณาและทบทวนแนวทางและเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับลักษณะและขนาดความเสี่ยงแต่ละด้านของธุรกรรมที่บริษัทฯ ดำเนินการ

5.11.3 พิจารณาและทบทวนกำหนดเพดานความเสี่ยง (Risk Limits) และมาตรการในการดำเนินการกรณีที่ไม่เป็นไปตามเพดานความเสี่ยงที่กำหนด (Corrective Measures)

5.11.4 ประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นสำหรับธุรกรรมที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ รวมถึงกำหนดแนวทางการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกรรม

5.12 หน้าที่ของคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง

5.12.1 จัดทำกรอบนโยบาย กลยุทธ์ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อนุมัติเพดานความเสี่ยง จัดสรรวงเงินประเภทต่างๆ ภายใต้กรอบที่ได้รับอนุมัติ

5.12.2 อนุมัติเพดานความเสี่ยง จัดสรรวงเงินประเภทต่างๆ ภายใต้กรอบที่ได้รับอนุมัติ

5.12.3 กลั่นกรองประเด็นเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง และเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติ

5.12.4 กำกับดูแล และสั่งการให้มีการจัดทำนโยบาย คู่มือปฏิบัติงาน แผนงานด้านบริหาร ความเสี่ยง

5.12.5 รายงานผลการบริหารงานด้านความเสี่ยงต่อคณะกรรมการเป็นรายไตรมาส

5.12.6 ทบทวนความเพียงพอของนโยบาย ระบบการบริหารความเสี่ยง และมาตรการป้องกันแก้ไข

5.12.7 ปฏิบัติภารกิจอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

5.13 หน้าที่ของเลขานุการบริษัท

5.13.1 จัดทำ และจัดเก็บรักษาเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้

  • ทะเบียนกรรมการ
  • หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงานประจำปี ของบริษัทฯ
  • หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

5.13.2 เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร และจัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียตามมาตรา 89/14 ให้ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น

5.13.3 ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

5.13.4 ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และข้อพึงปฏิบัติด้านการกำกับดูแลในการดำเนินกิจกรรมของคณะกรรมการให้เป็นไป ตามกฎหมาย  และติดตามให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ  รวมถึงรายงานการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญแก่กรรมการ

5.13.5 จัดการประชุมผู้ถือหุ้น  และการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย  ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

5.13.6 บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น  และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ  รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ

5.13.7 ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่กำกับดูแล และดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต่อ สาธารณะชน และหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง

5.13.8 จัดให้มีการปฐมนิเทศ ให้คำแนะนำแก่กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่

5.13.9 สื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการให้ข้อมูลสารสนเทศทั่วไปแก่ผู้สนใจ  และผู้มีส่วนได้เสีย

5.13.10 ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย

5.14 หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ

กรรมการ ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารบริษัทฯ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายนโยบายไว้และจะต้องบริหารบริษัทฯ ตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ด้วยความซื่อสัตย์  สุจริต  และระมัดระวัง  รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด  อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการให้รวมถึงเรื่องหรือกิจกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย

5.14.1 ดำเนินการ และบริหารงานประจำวันของบริษัทฯ

5.14.2 บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย  พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด

5.14.3 ดำเนินการให้มีการจัดทำนโยบายทางธุรกิจของบริษัทฯ  รวมถึงแผนงานและงบประมาณต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อขออนุมัติ  และมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าตามแผนและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติดังกล่าว ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทุกๆ  3 เดือน

5.14.4 ดำเนินการหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย  แผนงาน  และงบประมาณ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ

5.15 หน้าที่ของประธานกรรมการ

5.15.1 เรียกประชุมคณะกรรมการ และดูแลการจัดส่งหนังสือนัดประชุม รวมทั้งเอกสารต่างๆ เพื่อให้คณะกรรมการได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอและทันเวลา

5.15.2 เป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ

5.15.3 เสริมสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคณะกรรมการบริษัทฯ

5.15.4 เป็นประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้น และควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัทฯ และตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้

5.15.5 ดูแลให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกรรมการและผู้ถือหุ้นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5.15.6 ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะให้เป็นหน้าที่ของประธานกรรมการ

5.16 การดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของกรรมการบริษัทฯ

เพื่อ ให้กรรมการแต่ละท่านสามารถที่จะมีเวลาในการทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ บริษัทฯ จึงคำนึงถึงจำนวนบริษัทที่กรรมการดำรงตำแหน่ง โดยกำหนดจำนวนบริษัทจดทะเบียนสูงสุดที่กรรมการ จะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 5 แห่ง กรณีที่แต่งตั้งกรรมการใหม่ หรือกรรมการท่านใดประสงค์ที่จะดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นเกินกว่าที่ กำหนด ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการบริษัท ก่อนเข้ารับการดำรงตำแหน่งกรรมการ

5.17 การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้กรรมการและผู้บริหารทุกคนมีโอกาสพัฒนาความรู้ มีการสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อ การปฏิบัติหน้าที่กรรมการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำที่เป็นมืออาชีพ มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่อย่างแท้จริง และเป็นต้นฉบับในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การกำกับดูแลกิจการที่ดี

5.18 แผนการสืบทอดงาน

บริษัทฯ มีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อพลักดันและให้โอกาสในการพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพที่มีให้ เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริษัทฯ ได้จัดทำโครงการพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพ ด้วยการคัดเลือก วิเคราะห์ และประเมินผล เพื่อจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้บริหารที่จะผลักดันและขับ เคลื่อนองค์กรในอนาคต

5.19 การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทฯ

คณะ กรรมการตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และเพื่อให้การปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่ง ขึ้น จึงได้กำหนดให้มีการจัดทำแบบประเมินผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการเป็นราย บุคคลและทั้งคณะโดยรวม ซึ่งบริษัทฯ มุ่งเน้นในการนำผลประเมิน ไปใช้ประโยชน์ เพื่อการปรับปรุงการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการให้มีประสิทธิผลมากขึ้น แบบที่ใช้ อ้างองมาจากแบบประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

ของ

บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)

จรรยาบรรณของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน

บริษัทฯ ตั้งมั่นในความยุติธรรมและความมีคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสีย และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์  บริษัทฯ จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการและพนักงานเพื่อยึดถือเป็นแนวทางใน การปฏิบัติงานดังนี้

 

คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัด

1. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น 

2. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อภาครัฐ

3. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้า

4. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบกับคู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้

5. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน

6. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

7. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อบริษัทฯ และทรัพย์สินของบริษัท

8. จรรยาบรรณว่าด้วยการให้และการรับสินบน การรับเงิน ของขวัญ และการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์อื่นใด จากบุคคลที่ร่วมทำธุรกิจด้วย

 

1. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้น  ตามแนวทางดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

1.1 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความระมัดระวังรอบคอบและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น  เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น โดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และระเบียบของบริษัทฯ

1.2 กำกับดูแลการดำเนินงาน  เพื่อให้มั่นใจว่า  บริษัทฯ มีสถานะทางการเงิน  การบริหารและการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม  เพื่อปกป้องและเพิ่มผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

1.3 มุ่งมั่นในการสร้างความเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและมั่นคง  เพื่อผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และผลประกอบการที่ดีของบริษัทฯ

1.4 เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประเมินบริษัทฯ  โดยเท่าเทียมกัน มีนโยบายที่จะเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงิน และไม่ใช่ทางการเงินที่เกี่ยวกับธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัทฯ  ที่ตรงต่อความเป็นจริง  ครบถ้วน  เพียงพอ  สม่ำเสมอ  ทันเวลา ตามกฎหมายข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของ บริษัทฯ  รวมทั้งอนาคตของธุรกิจ

1.5 หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับตนเองที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ กับบริษัทฯ กรณีที่กรรมการหรือพนักงานได้มีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับบริษัทฯ บริษัทฯ จะดำเนินการเสมือนกับบริษัทฯ ได้กระทำกับบุคคลภายนอก ซึ่งกรรมการหรือพนักงานผู้นั้นจะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนอย่างเคร่งครัด

1.6 รักษาผลประโยชน์และทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยไม่นำข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและ/หรือผู้ อื่น  และห้ามกระทำการอันเป็นการสนับสนุนบุคคลอื่นใด ให้ทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ

1.7 ห้ามทำธุรกิจส่วนตัวใดๆ ที่มีผลเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับกิจการของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการบริษัทฯ

1.8 ยึดมั่นในการทำงานร่วมกัน  ด้วยการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการปฏิบัติงานกับผู้ร่วมงานทุกคนเพื่อ ประโยชน์ของบริษัทฯ  และเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน

1.9 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยทักษะ คุณวุฒิ และความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างเชี่ยวชาญ ตามหลักวิชาชีพที่ได้พึงปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอ

1.10 ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ข้อมูลภายในใด ๆ ที่ยังมิได้เปิดเผยแก่สาธารณะ      

  • ไม่ ใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานในการหาประโยชน์ส่วนตนและในเรื่องการทำธุรกิจที่แข่ง ขันกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
  • ไม่ ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัท
  • ระหว่าง ที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ  และหลังจากพ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว  พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่ถือว่าเป็นความลับทางธุรกิจของบริษัทฯ  เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  ข้อมูลทางการเงิน  การปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจ  แผนงานในอนาคตของบริษัทฯ เป็นต้น
  • มุ่ง มั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของผู้ถือหุ้น ด้วยการปกป้องรักษาความลับ และรักษาความไว้วางใจ เสมือนหนึ่งการปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของตนเอง   

2. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อภาครัฐ

ใน การทำธุรกรรมกับภาครัฐ จะต้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจจูงใจให้รัฐหรือพนักงานของรัฐดำเนินการที่ ไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่การทำความรู้จักสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในขอบเขตที่เหมาะสมสามารถทำ ได้ เช่นการพบปะพูดคุยในที่สาธารณะต่างๆ การไปแสดงความยินดีในวาระโอกาส เทศกาล หรือตามประเพณีปฏิบัติ เป็นต้น คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะถือปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

2.1 ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา เมื่อต้องการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐ

2.2 ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด

2.3 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ ต่างๆ ต่อหน่วยงานนั้น

2.4 บริษัทฯสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้สิทธิของตนเองในฐานะพลเมืองดีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้า

3.1 มุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจในสินค้า และการให้บริการที่เป็นเลิศ ที่เหมาะสมกับราคาอย่างสูงสุด โดยเน้นนโยบายธุรกิจที่ว่า “คุณภาพมาตรฐาน (Standard Quality) จัดส่งตรงต่อเวลา (On-Time Delivery) และราคายุติธรรม (Competitive Price)”

3.2 ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้องรีบแจ้งให้ลูกค้าทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข

3.3 ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นที่วางใจของลูกค้า

3.4 มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของลูกค้า ด้วยการปกป้องรักษาความลับ และรักษาความไว้วางใจ เสมือนหนึ่งการปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของตนเอง

3.5 จัดให้มีระบบและกระบวนการที่ให้ลูกค้าสามารถร้องเรียน เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองหรือส่งมอบ และดำเนินการให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

4. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบกับคู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้การค้า

4.1 ความรับผิดชอบต่อคู่ค้า

4.1.1 ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

4.1.2 ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล

4.2 ความรับผิดชอบต่อคู่แข่งทางการค้า

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากล ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่ค้าด้วยวิธีฉ้อฉล โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

4.2.1 ปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี

4.2.2 ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือ ไม่เหมาะสม

4.2.3 ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้า ด้วยการกล่าวหาในทางร้าย

4.3 จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้

4.3.1  ปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

4.3.2  ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล

5. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน

บริษัทฯ ตระหนักอยู่เสมอว่าพนักงานทุกคนเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดของบริษัทฯ เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มีคุณค่ายิ่ง บริษัทฯ จึงให้การดูแลและปฏิบัติที่เป็นธรรมทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้งโยกย้าย  ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ  โดยบริษัทฯ ได้ยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้

5.1 ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพในเกียรติ  ศักดิ์ศรี และสิทธิส่วนบุคคล

5.2 บริษัทฯ จะดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ

5.3 ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถของพนักงานโดยให้โอกาสอย่างทั่งถึงและสม่ำเสมอ

5.4 มุ่งมั่นที่จะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการและความเชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อมาร่วมงาน ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการจูงใจ และสนับสนุนการเลื่อนตำแหน่งและการให้ผลตอบแทน

5.5 การแต่งตั้งโยกย้ายรวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน  กระทำด้วยความสุจริตใจ  และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ความสามารถและความเหมาะสมของพนักงานนั้น

5.6 ปลูกฝังคุณธรรม สร้างจิตสำนึกอันดีงาม  ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน  โดยมีการพัฒนาพนักงานในหลายรูปแบบ  อาทิการจัดสัมมนา  ฝึกอบรมอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอสร้างความมั่นคงในอาชีพ และให้โอกาสในการเจริญก้าวหน้าตามศักยภาพของแต่ละคน

5.7 หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงาน

5.8 กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงานอย่างเป็นธรรม  ตามสภาพตลาด  การแข่งขันทางธุรกิจ  ลักษณะของงาน  ผลการปฏิบัติงาน  และความสามารถของบริษัทฯ  ในการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการดังกล่าว

5.9 ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานและการพัฒนาบริษัทฯ

5.10 เปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนะหรือร้องทุกข์เกี่ยวกับการทำงาน  ซึ่งข้อเสนอแนะหรือข้อร้องทุกข์ดังกล่าว จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง  และกำหนดวิธีการแก้ไข  เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย  และสร้างความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน

6. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

6.1 มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและอนุรักษ์ธรรมเนียมประเพณี   และวัฒนธรรมอันดีงามตลอดจนปฏิบัติตนเป็น ศาสนิกชนที่ดีในการให้การอุปถัมภ์กิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอพัฒนาสังคม และการศึกษาโดยส่วนรวมให้มีความเจริญก้าวหน้า

6.2 ปลูกจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมในการใช้ทรัพยากร  ทั้งในรูปวัตถุดิบ เงินทุน บุคลากร และพลังงาน ฯลฯ อย่างชาญฉลาดมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งส่งเสริมและรณรงค์การอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายบริษัทฯ ที่ว่า “รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม”  (Save Earth – Save Environment)

6.3 ส่งเสริมให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  และมาตรฐานการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย  รวมทั้งการเป็นพลเมืองดี  ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย  หรือข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

7. จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อบริษัทฯ และทรัพย์สินของบริษัท

7.1 การปกป้องทรัพย์สินของบริษัทฯ

บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้ บริการที่ดีแก่ลูกค้า โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติดังนี้

7.1.1 จะต้องใช้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทฯ อย่างประหยัดและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

7.1.2 จะต้องช่วยกันดูแลมิให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทฯ เสื่อมค่าหรือสูญหายโดยมิชอบ

7.2 การจัดทำเอกสาร

7.2.1 จะต้องทำเอกสารต่างๆ ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

7.2.2 ห้ามมิให้ปลอมแปลงหนังสือ รายงาน หรือเอกสารของบริษัทฯ

7.3 การใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

7.3.1 คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสารสนเทศต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ ส่วนตัว

7.3.2 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปิดเผยรหัสประจำตัว (Password) ที่ใช้ในการเข้าถึงระบบข้อมูลของบริษัทฯ แก่ผู้อื่น

7.3.3 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในระบบข้อมูลของบริษัทฯ หรือข้อมูลที่บริษัทฯ ซื้อมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

7.3.4 ห้ามผู้บริหารและพนักงานเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ ลบทิ้ง หรือทำลายข้อมูลของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต

7.3.5 ห้ามผู้บริหารและพนักงานปรับแต่งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หรือติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ ที่นอกเหนือ จากอุปกรณ์มาตรฐานที่บริษัทติดตั้งให้

7.3.6 ห้ามผู้บริหารและพนักงานใช้อีเมลของบริษัทฯ ในการส่งต่อข้อมูลที่กล่าวร้าย ทำให้เสื่อมเสีย หรือข้อความที่หยาบคาย ลามก ขมขู่ ก่อกวน หรือสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น

7.3.7 ผู้บริหารและพนักงานควรใช้อินเทอร์เนตในการแสวงหาข้อมูล และความรู้ที่เป็นประโยชน์ ต่อการปฏิบัติงาน และจะต้องหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดศีลธรรม

7.3.8 ผู้บริหารและพนักงานควรใช้อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่บริษัทฯจัดให้ เช่น โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ อย่างมีจิตสำนึกและรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นหลัก

8. จรรยาบรรณว่าด้วยการให้และการรับสินบน การรับเงิน ของขวัญ และการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์อื่นใด จากบุคคลที่ร่วมทำธุรกิจด้วย

8.1 ห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานเรียกหรือรับผลประโยชน์ใดๆ จากคู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้จัดส่งสินค้า ที่ปรึกษาและผู้ที่บริษัททำธุรกิจด้วย

8.2 ห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานเสนอผลประโยชน์ใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ลูกค้า หรือบุคคลภายนอกเพื่อจูงใจให้ปฏิบัติในทางมิชอบ

8.3 ผู้บริหารและพนักงานควรหลีกเลี่ยงการให้หรือรับของขวัญ ของกำนัลอื่นใดๆ หรือผลประโยชน์อื่นใด  เป็นการส่วนตัวจากคู่ค้า หรือผู้ที่บริษัทฯ ทำธุรกิจด้วย เว้นแต่ในเทศกาลในมูลค่าที่เหมาะสม และไม่เกี่ยวข้องกับการผูกมัดทางธุรกิจ

8.4 ไม่กู้ยืมเงินจากลูกค้า  ผู้เกี่ยวข้องกับลูกค้า  หรือผู้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ  เว้นแต่เป็นการกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน

8.5 การรับของขวัญตามประเพณีนิยม  หากพนักงานได้รับของขวัญที่มีมูลค่าเกินปกติวิสัยจากผู้ทำธุรกิจกับบริษัท ให้พนักงานรายงานต่อผู้บังคับบัญชา

จรรยาบรรณ ที่กำหนดไว้อาจยังไม่ครอบคลุมในทุก กรณี ในกรณีที่มีปัญหาให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับปรึกษากับผู้บังคับบัญชาตาม ลำดับขั้น ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งให้ถือคำวินิจฉัยของกรรมการผู้จัดการ/คณะ กรรมการบริษัทฯ เป็นที่สิ้นสุด

9. การดูแลให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัทฯ กำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณนี้อย่างเคร่ง ครัด และไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบแนวปฏิบัติที่กำหนดขึ้นนี้ โดย ผู้บริหารทุกระดับในบริษัทฯ จะต้องดูแลรับผิดชอบและถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการให้พนักงานทุกคน ภายใต้สายบังคับบัญชาของตนทราบ เข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณนี้อย่างจริงจัง เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจควบคู่ไปกับการธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทฯ และสังคม

กลับ


บทส่งท้าย

จรรยาบรรณ ทางธุรกิจของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) ฉบับนี้ เป็นวินัยซึ่งผู้บริหารและพนักงานต้องทำความเข้าใจและยึดมั่นปฏิบัติ และไม่อนุญาตให้ผู้บริหารและพนักงานกระทำใด ๆ ที่เป็นการขัดต่อ จรรยาบรรณทางธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานฉบับนี้ หากเกิดความไม่ชัดเจนหรือเกิดปัญหาอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในทาง ปฏิบัติ ผู้บริหารและพนักงานควรปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น เพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางแก้ไขหรือหาข้อพึงปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

หนังสือยินยอม

                               วันที่ ...............เดือน.........................พ.ศ.......................

ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว ..........................................................................รหัสพนักงาน........................

ตำแหน่ง........................................................................แผนก..........................................................

ฝ่าย.............................................................................สำนัก...........................................................

ได้ รับทราบและยินดีปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติของผู้บริหารและ / หรือพนักงานที่ระบุอยู่ในหนังสือ จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)

อนึ่ง ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า หากข้าพเจ้ากระทำการอย่างใดที่เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมธุรกิจ และข้อพึงปฏิบัติในการทำงานของ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่จำกัด (มหาชน) ย่อมได้รับโทษทางวินัยตามควรแก่กรณี

                      .......................................

                     (.......................................) ผู้บริการ/พนักงาน

                วันที่ .....................................

กลับ


 

 

 

 


Copyright 2012 Thai Film Industries Public Company Limited